เมื่อกระบี่หายไปจากใจ

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

 

ช่วงนี้งานเข้า + ชีพจรลงเท้า เดินทางไปมาหลายต่อหลายแห่ง ไปเจออะไรต่อมิอะไร (แล้วมันอะไรล่ะ) มากมาย ก็มาบ่น มาเล่าให้ฟัง ห่างจากไดอารี่ไปตั้งนาน แวะๆเข้ามาอ่านนะ แต่ว่าไม่ได้อัพเดทของตัวเอง เมื่อแสวงหาโอกาสที่จะอัพไดอารี่ ก็ได้โอกาสนั้นมา (จริงๆก็ หายจากขี้เกียจนั่นแหละ) สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับบ้านได้ก็นอน ดูเคเบิล ไม่ได้ออกไปไหน เลยมีโอกาสได้ดูหนังจีนกำลังภายในหลายต่อหลายเรื่อง ตั้งแต่มังกรหยกยุคโบราณ จนมาถึงหนังจีนกำลังถายในสมัยใหม่ ที่มีชื่อแปลกๆ อย่างเช่นพวก 7 กระบี่เทวดา, War Lord หรือแม้กระทั่ง HERO

 

เรื่อง HERO นี้คราวที่ฉายในโรงภาพยนต์ก็ไม่มีโอกาสได้ดู เพราะว่าติดอะไรสักอย่างจำไม่ได้แล้ว ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆโน่นแหละ ก็ได้แต่ถามเพื่อนรุ่นน้องว่าสนุกไหม 10 คนบอกมาทั้ง 10 คนว่าไม่สนุกเลย ดูไม่รู้เรื่อง เลยทำให้ไม่มีความพยามจะไปดู กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องดูถึง 3 รอบถึงจะเข้าใจว่าหนังพยามสื่อถึงปรัชญาของชีวิต มีหลายต่อหลายอย่าง ประโยคหลายประโยคที่แปลออกมาได้น่าฟัง ที่ประทับใจก็มีดังต่อไปนี้

 

ประโยคที่กระบี่หัก อธิบายกับ ไร้นาม ถึงเหตุผลที่ไม่ฆ่าอ๋องฉินตอนหนึ่งว่า “เพลงกระบี่ มีพื้นฐานเดียวกันกับอักษรประดิษฐ์ ดังนั้นเพื่อเรียนเพลงกระบี่ จึงต้องฝึกอักษรประดิษฐ์กับ หิมะเหิร จนกระทั่งได้บรรลุถึงแก่น เมื่อได้พิจารณาตามความเป็นจริง”

 

อันนี้เอามาคิดเองดูอีกที ทำให้ได้ความคิดว่า ตัวหนังสือ การเรียนหนังสือ ก่อให้เกิดความรู้ ยิ่งอ่านมาก เรียนมาก ยิ่งรู้มาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าถึงแก่นของความรู้นั้นๆ หากว่าสักแต่เรียน ไม่คิดพิจจารณาถึงความจริงที่เป็นไป ขาดซึ่งความรู้เท่าทัน ก็ไม่มีประโยชน์

 

ตามเนื้อเรื่อง กระบี่หัก เป็นคนพเนจร ไม่มีความรู้ อ่านหนังสือไม่ออก จนได้มาเจอกับ หิมะเหิร เมื่อได้เรียนวิชากระบี่ ก็ได้เรียนวิชาอักษรประดิษฐ์ด้วย จนในที่สุดก็บรรลุถึงแก่น

 

เอามาคิดเองอีกว่า ไม่ว่าจะเป็นคนชนชั้นได หากมีโอกาส และความตั้งใจจริงก็สามารถประสบความสำเร็จได้

 

ประโยคที่อ๋องฉิน หันหลังรับสั่งกับ ไร้นาม ถึง กระบี่หัก กับความสำเร็จ 3 ประการ

 

“ประการแรก คือความสำเร็จที่คนกับกระบี่รวมกันเป็นหนึ่ง กระบี่อยู่ในคน คนอยู่ในกระบี่ แม้เพียงใบหญ้าก็สามารใช้ปลิดชีพผู้คนได้”

 

“ความสำเร็จประการที่สอง คือเมือกระบี่หายไปจากมือ ไปปรากฏอยู่ที่ใจ แม้มีเพียงมือเปล่าก็สามารถปลิดชีวิตคนที่อยู่ห่างออกไป 1 ร้อยก้าว”

 

“ความสำเร็จประการที่สาม คือการที่กระบี่หายไปจากใจ ไปปรากฏอยู่กับความคิด เมื่อถึงขั้นนี้แล้ว สามารถที่จะกระทำการ โดยไม่ต้องลงมือ”

 

อันนี้ก็มีความหมายอยู่ในตัว ไม่ต้องอธิบายอะไรอีก แล้วทีนี้ก็เข้าใจว่า ทำไมตอนนั้น เพื่อนทั้ง 10 คน ไปดูบอกแล้วบอกว่าไม่สนุก เพราะว่าด้วยอายุตอนนั้นความคิดคงยังไม่ตกผลึกเท่าที่ควร ขนาดตอนอายุขนาดนี้ยังต้องดูอยู่ตั้ง 3 รอบ ถึงจะพอเข้าใจเนื้อหา อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดในใจว่า โอ.... มีเวลาว่างมานั่งคิดขนาดนี้ ไหนว่างานเยอะล่ะ แบบนี้เหมือนคนว่างงานมากว่า นั่นสิ... แต่งานเยอะจริงๆนะ

 

ได้มีโอกาสไปทำงานที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ก็ได้ไปเห็นการทำงานของส่วนต่างๆ ที่เป็นเบื้องหลังก็อดทึ่งไม่ได้ ยังมีอะไรๆที่เราไม่รู้อีกมากมาย มีอีกหลายขั้นตอนกว่า รายการใดรายการหนึ่งจะออกอากาศทางโทรทัศน์ได้ จนที่สุดแล้วก็มาถึงส่วนสำคัญ คือส่วนของห้องข่าว ได้เจอผู้ประกาศข่าวตัวเป็นๆหลายคน ทำงานห้องนี้ตื่นเต้น กดดันมาก เพราะว่าเวลามีค่อนข้างจำกัด ในเวลากลางวัน ห้องข่าวเกือบจะไม่ว่างให้พวกเราไป Set ระบบเลย เพราะว่ามีข่าวต้องรายงานทั้งวัน พวกเราจะได้ทำก็ตั้งแต่ช่วงเที่ยงเป็นต้นไป แต่ต้องเสร็จก่อน 5 โมงตรง เพราะว่าหลังจากนั้นเค้าจะเตรียมข่าวไว้ออกข่าวตอนค่ำ

 

มีอยู่วันหนึ่งที่ไปทำแล้วปราฏกว่าระบบใหม่มันยังใช้การไม่ได้ 100% อันนี้เป้นความรับผิดชอบของทาง support ของช่องเอง ไม่ได้เกี่ยวกับพวกเรา แต่...พวกเราอยู่หน้างาน จากที่ใช้งานไม่ 100% กลับกลายเป็นว่าบ่ายสอง ระบบมันล่ม!! จนเวลาผ่านไป 3 โมงครึ่งก็แล้ว ยังไม่มีทีท่าว่ามันจะใช้การได้ 4 โมงตรงแล้ว ก็ยังใช้งานไม่ได้ พวกเราเริ่มนั่งเครียดว่าจะทำไงดี ถ้าช่องเค้าไม่มีข่าวออกอากาศ สงสัยพวกเราคงต้องไปเป็นข่าวเองซะแล้ว แต่ระบบก็กลับมาทำงานได้ปกติตอน 4 โมง 10 นาที เฮ้อ...รอดไปอีกงาน

 

ตั้งแต่ได้มีโอกาสบริหารคนทำโปนเจคต่างๆเนี่ย ยอมรับว่าเหนื่อยมาก งานที่ทำก็เหนื่อยอยู่แล้ว พอมาเจอเรื่องคน ปัญหาคนอีก ก็ยิ่งเหนื่อยมากมายก่ายกอง สิ่งแรกในความคิดตอนนั้นคือ อ๋อ เพิ่งเข้าใจแล้วว่าป๊าเหนื่อย ป๊าเครียดแบบไหน เพราะว่าป๊าทำงานรับเหมาก่อสร้าง เคยเห้นเครียดเรื่องคน เรื่องลูกน้อง จะว่าไปงานที่ทำตอนนี้เป็นโปรเจคก็ไม่ต่างกับงานรับเหมาก่อสร้างของป๊า

 

ช่วงหนึ่งที่เด็กในทีมไม่ชอบทำงาน ขี้เกียจ ต้องคอยจ้ำจี้จำไช พวกเรามี แผนกันว่าจะทำวันล่ะ 60 ตัว เป้นเวลา 4 วัน ก็คงหมด แต่เอาเข้าจริง ลูกค้าก็ไม่สามรถให้เครื่องเราได้วันล่ะ 60 ตัว แต่เราก็ต้องทำให้ได้มากที่สุด คือพอทำเสร็จ 1 เครื่องก็ต้องหาเครื่องใหม่ทำทันที แต่ที่เจอมาคือ เสร็จแล้ว นั่งรอเพื่อน นั่งคุยนั่งเล่น หรือไม่ก็เดินหนีไปโทรศัพท์ จริงๆ ก็เรียนจบกันมาก็ โตโตกันแล้ว ไม่ต้องให้คอยมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชอะไร พูดครั้งเดียวก็น่าจะรู้เรื่อง จนรู้สึกว่าอยากเอากระบี่ที่หายไปจากใจ มาฟันหัวพวกนั้นดูว่าสมองทำด้วยอะไร ทำไมเข้าใจอะไรยากเย็นนัก

 

คุยกันก่อนจบบันทึก

 

 

-      ดีใจจังที่ อแดร์พาหนุ่มน้อย แฮมมิลล์ มาให้รู้จัก แต่ไม่รู้ว่าผมเองจะเอาหนุ่มน้อยหรือสาวน้อยที่ไหนไปให้อแดร์รู้จัก คงต้องรอเป็นปีล่ะคราวนี้

-        

วันนี้ใครจะเจิมหว่า

 

 

เมื่อกระบี่หายไปจากใจ

     Share

<< จริงจังกันเกินไปไหมมาอัพเฉยๆไม่มีอะไร >>

Posted on Fri 19 Jun 2009 0:05

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

มาอัพเฉยๆไม่มีอะไร
เมื่อกระบี่หายไปจากใจ
จริงจังกันเกินไปไหม
มะม่วงเปรี้ยว + กะปิหวาน
สวัสดีปีฉลู
ทบทวนชีวิตที่ผ่านมา
สวรรค์ส่ง-นรกสาป
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
ทำฝายที่ดอยสะเก็ด Part II ตอนจบ
ทำฝายที่ดอยสะเก็ด Part I
พระจันทร์ยิ้ม
คำว่าเสียใจ คงไม่เพียงพอ
Kamusta? I am still Pogi.
ส.ค.ส ปี 2551 แด่ทุกคนครับ
ไม่มีเธออีกแล้ว
Go Inter แล้วครับ
มาส่งข่าว เล่าความเป็นไป
แย่ว่ะ...บุหรี่เนี่ย
คุยไป แซวไป
สองอารมณ์
Update แล้วจ้า พร้อม TAG